Sunday, October 28, 2007

ไปวัด

มีอยู่วันนึงหลังจากที่นั่งอ่านกระทู้ไกลบ้านในพันทิพเพลิน ก็เห็นมีคนโพสต์ข้อความไว้ว่า

วัดไทยนครเมลเบิร์น > เชิญร่วมทำบุญวันออกพรรษาและตักบาตรเทโว วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม 2550
สถานที่ 489 Elgar Road Box Hill
ทางคณะกรรมกราวัดไทยนครเมลเบิร์น จึงขอเชิญชวนชาวพุทธทั้งหลายได้เข้าร่วมไหว้พระ รับศีล ตักบาตรเทโว ในวันสำคัญดังกล่าว ตามกำหนดการดังต่อไปนี้
กำหนดการ
09:30น. ทำวัตรเช้า, นั่งสมาธิ
10:00น. ตักบาตรเทโว
10:30น. ไหว้พระ, รับศีล, ฟังธรรม
11:00น. ถวายภัตตาหารเพล
12:00น. ผู้ร่วมงานรับประทานอาหารกลางวัน

อ่านดูแล้วก็เกิดอาการสนใจ ในเมื่อวันอาทิตย์ก็อยู่ว่างๆอยู่แล้ว ไปวัดดีกว่า อยากจะรู้เหมือนกันว่า วัดไทยในเมืองแมวเบิ้ลนี้จะหน้าตาเป็นอย่างไร

หลังจากตัดสินใจได้แล้วว่าจะไป ก่อนเดินทางไปวัด ก็ต้องมีการถามพี่กูเกิ้ลว่า จากบ้านจะเดินทางไปวัดไทยได้อย่างไร พี่เกิ้ลก็แนะนำเว็บไซต์นี้ให้
http://www.wadthai.info/topic02_more.htm สรุปได้ความว่า ควรจะไปโดย Tram สาย 109 มุ่งหน้าไปทาง Box Hill หลังจากรู้สายรถแล้ว ก็เข้าไปใน เว็บไซต์ http://www.metlink.com.au/ เพื่อดูว่า ถ้าจะไปวัดให้ทัน สิบโมง ต้องออกจากบ้านกี่โมง Tram จะมากี่โมง หลังจากแพลนว่าจะไปยังไงแล้ว คืนวันเสาร์ ก็ต้องไปเดินซุปเปอร์ Safeway เพื่อหาของตักบาตร ก็ได้ น้ำผลไม้มาหกกล่อง นม UHT หกกล่อง อาหารเช้าแบบเป็นแท่ง หนึ่งกล่อง และ ส้ม อีกหนึ่งถุง เท่านี้ก็พร้อมที่จะไปตักบาตรเทโว

--> เช้าวันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม 2550 <--


ก็ตื่นนอนตั้งแต่ 7:50น. อาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะเดินทางไปวัด จากบ้าน ก็ต้องเดินสัก ห้านาที เพื่อจะไปขึ้น Tram สาย 109 ที่ Collin St.

ขึ้นรถเวลาประมาณ 9 โมงเช้า นั่งไปเรื่อยๆ ประมาณ ครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้ ก็จะเห็นป้าย 56 Elgar Road

ก็ลงจาก Tram มายืน งง งง ว่า แล้วจะไปทางไหนต่อ ในโพยเค้าบอกว่า ให้เลี้ยวซ้ายผ่าน Box Hill TAFE - Elgar Campus ก็มองหาแล้วไอ้ TAFE มันอยู่ไหนหว่า มองอยู่สักสามวินาที ก็เห็น ป้าย Box Hill Institute มันน่าจะใช่นะ ก็เลย เดินไปทาง Campus แล้วก็ตรงไปเรื่อยๆ ... อะ ฮ้า เดินได้ไม่ถึงห้านาที ก็มาถึงบ้านหลังหนึ่ง มีธงไทย โบกสะบัด พร้อมกะธงสีเหลือง เค้าเรียกว่าธงธรรมจักร(?) หรือเปล่า อันนี้ก็ไม่แน่ใจ แต่คิดว่า นี่น่าจะใช่วัด ชัวร์ป้าบ ก็เดินเลี้ยวเข้าไปในบ้าน เอ้ย ในวัด ก็จะเห็นป้ายเขียนไว้ วัดไทยนครเมลเบิร์น ชัดเจน มาถูกที่ ชัวร์

หลังจากนั้นก็เดินมั่วๆไปทางหลังบ้านก็จะเห็นประชาชนชาวไทยหมู่หนึ่งกำลังจัดเตรียมข้าวปลา อาหาร บนโต๊ะ ยืนดูพร้อมประเมินสถานการ์ณอยู่ประมาณห้านาที เนื่องจากไม่แน่ใจว่า ตอนนี้คือกิจกรรมอะไร เนื่องจากไปถึงวัดตอนนั้นก็ประมาณ เกือบๆ สิบโมง ถ้าตามหมายกำหนดการน่าจะเป็นการตักบาตร อีกอย่างวันนี้เป็นวันแรกที่เริ่ม Daylight Saving ดังนั้นเวลาก็จะปรับเดินไปข้างหน้าเร็วกว่าเวลาเมื่อวานหนึ่งชั่วโมง ยิ่งทำให้ไม่แน่ใจใหญ่ว่า หมายกำหนดการนั้นจะเป็นตามก่อนปรับเวลา หรือยึดเวลา หลังจากเปลี่ยนเวลาแล้ว ไม่นานนัก พระก็บอกว่า จะเริ่มทำทำวัตรแล้ว ขอเชิญทุกท่านเข้าไปในห้อง บีก็เลยเดินตามเข้าไปในห้อง ในห้องก็จะมีคนยืนแจกหนังสือสวดมนต์อยู่ บีก็ไปขอเค้าหนึ่งเล่ม แล้วก็หาที่เหมาะๆนั่ง หลังจากนั้นพระก็เริ่มพิธีโดยการนำสวดมนต์ บท ทำวัตรเช้า หลังจากสวดมนต์เสร็จก็มีการให้นั่งสมาธิ สักสิบนาที หลังจากทำจิตใจให้สงบ ก็จะเป็นการตักบาตรเทโว สถานที่ๆ ตักบาตรนั้นคือ บริเวณสวนหลังบ้าน เอ้ย หลังวัด ซึ่งมีการจัดโต๊ะไว้เป็นรูปตัว U ให้ประชาชนเอาข้าวสาร อาหารแห้ง มาวางไว้บนโต๊ะ โอ้ ลืมบอกไปว่า วัดนี้ มีพระสงฆ์จำวัดอยู่ สามรูป มีคนพูดให้ฟังว่า พระมาจากวัดที่นครสวรรค์ หลังจากเอาอาหารวางบนโต๊ะแล้วก็จะมีคนมานำสวดมนต์เพื่อถวายภัตตาหาร หลังจากสวดเสร็จพระก็เริ่มเดินบิณทบาตร ใช้เวลาประมาณ ครึ่งชั่วโมง การตักบาตรก็เสร็จ (ในวันนี้จะเรียกว่าตักบาตรเทโว เนื่องจากเป็นการตักบาตรในวันออกพรรษา)

หลังจากนั้นก็เดินกลับเข้าไปในห้องเดิม เพื่อที่จะรับศีล และ ฟังธรรม ซึ่งในวันนี้ ไม่ใช่เฉพาะคนไทยที่มาร่วมงาน ในวัดก็จะเห็นว่ามีฝรั่งบ้างประมาณเกือบสิบคน ดังนั้น หนังสือบทสวดมนต์ก็จะมีเป็นเวอร์ชั่นไทย และ อังกฤษ หลังจากกล่าวคำอาราธนาศีลเสร็จแล้ว ก็ฟังธรรม ซึ่งพระก็เอา เกร็ดประวัติของวันออกพรรษามาเล่าให้ฟัง ว่า ทำไม วันออกพรรษา ถึงต้องมีการตักบาตรเทโว แล้ววันออกพรรษามีความสำคัญอย่างไร หลังจากเล่าเวอร์ชั่นไทยเสร็จแล้ว พระก็มีการสรุปเป็น เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษด้วย ซึ่งก็น่าสนใจมาก ฟังพระธรรมเป็นภาษาอังกฤษ เป็นการแปลจากเวอร์ชั่นไทยแต่ย่อๆ เนื่องจากตอนพระเทศน์เสร็จแล้วนั้นเป็นเวลา สิบเอ็ดโมงครึ่งแล้ว พระก็สารภาพมาตรงๆว่า พระเริ่มหิวแล้ว ช้ากว่านี้ อาจจะอดได้ จึงต้องขอสรุปอย่างย่อๆ ดังนั้นก็เลยมีการสวดมนต์เพื่อถวายเพล แล้วก็มีการลำเลียงอาหารมาตั้งโต๊ะเพื่อให้พระฉัน

พอเค้าเริ่มลำเลียงอาหารออกมา บีก็คิดว่า กลับดีกว่า ดังนั้นเลยเดินไปกราบพระพุทธรูป ร่วมบริจาคเงินทอดกฐินและสำรวจวัดเล็กน้อยแต่พองาม




แล้วก็เดินทางกลับบ้าน ขากลับจากวัด ก็เดินกลับไปขึ้นรถ Tram สายเดิม 109 มุ่งหน้าไปสุดสายที่ Box Hill ที่ Box Hill นั้นเหมือนจะเป็น mini china town ร้านอาหาร ร้านขายของซึ่งคนขายเป็นคนจีนมีอยู่เยอะมาก เห็นมีร้านก๋วยเตี๋ยวร้านนึงท่าทางดูดี ชื่อ Hill Nooodle สักอย่าง ก็เลยตัดสินใจเดินเข้าไปหาอาหารกลางวันกิน สั่งเตี๋ยวเป็ดย่างมาหนึ่งชาม รสชาติอร่อยใช้ได้เลยทีเดียว ระหว่างกินเพลินอยู่นั้น ก็จะเห็นคนอื่นเค้าสั่งราดหน้า มีทั้งเส้นใหญ่และหมี่กรอบ หน้าตาดีมากๆ น่ากินเลยทีเดียว ไว้ถ้ามีโอกาสไปใหม่จะลองราดหน้าดูบ้าง พอกินเสร็จก็เดินสำรวจตลาดที่ Box Hill ในตลาดก็จะมีขายของสด เช่น ผัก และ ผลไม้ มีร้านใหญ่ๆอยู่หลายร้าน คนเอเชียเดินช็อบกันอย่างขวักไขว่ ไม่ค่อยเห็นจะมีฝรั่งมาเดินสักเท่าไหร่

บีก็เดินดูเล่นๆสักพัก ก็เดินไปที่สถานีรถไฟ เพื่อนั่งรถไฟมุ่งหน้ากลับเมลเบิร์น Central :D แล้ววันนี้ ก็หมดไปอีกหนึ่งวัน ...

ปล1. ก่อนพระจะเริ่มฉันเพล พระบอกว่า วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน จะมีการทอดกฐิน โดยจะมีพระสงฆ์จากเมืองไทยจำนวนยี่สิบกว่ารูปเดินทางมาร่วมในงานทอดกฐินนี้ด้วย ...

ปล.2 วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายนจะมีการทอดกฐินที่วัดป่า http://www.wadthai.info/bodhivana.htm ฟังเค้าเล่ามาว่า วัดนี้เป็นวัดสายหลวงพ่อชา มุ่งทางด้านปฎิบัติ วัดอยู่ห่างจากเมลเบิร์นประมาณ 80 กิโล เอาเป็นว่า ถ้าบีไม่มีกิจกรรมอย่างอื่น หรือ ไม่ต้องไปทำงาน จะไปเก็บภาพการทอดกฐินมาให้ดู :D

Sunday, October 7, 2007

เนเธอร์แลนด์ ???

โฮ่ โฮ่ โฮ่ !!! และแล้ว บีก็มาอยู่ที่เมืองแห่งกังหันลม ประเทศที่มีทุ่งดอกทิวลิปเยอะแยะมากมาย และรองเท้าไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!เอิ่ม ... ไม่ใช่แหะ ... ก็อย่างที่บอกไปในบล็อกอาทิตย์ที่แล้วว่า ถ้าหายป่วยแล้ว จะเดินทางไปถ่ายรูปที่ tulip festival สักหน่อย ซึ่ง tulip festival นี้ เค้าจัดงานกันโดยประมาณหนึ่งเดือน อาทิตย์หน้าก็จะเป็นอาทิตย์สุดท้ายที่เปิดให้เข้าชม ตอนแรก คิดๆอยู่ว่า จะเช่ารถแล้วขับไปเที่ยวเองดีมั้ย แต่คิดไปคิดมา ไปรถไฟดีกว่า ถูกดี เลือกไปวันอาทิตย์ มีตั๋ว sunday saver ไปได้ทุกที่ ทุก zone ในราคา 2.50AUD ใช้ได้ทั้งวัน แถมที่งานทิวลิปเค้าก็มีรถรับส่ง ระหว่าง สถานีรถไฟ กะ ที่งาน ไปกลับคิดค่ารถ 3AUD เบ็ดเสร็จค่าเดินทางแค่ 5.50AUD เท่านั้น ถ้าเช่ารถไปเอง ก็ต้องเสียอย่างต่ำก็ 60AUD ประหยัดกว่ากันตั้งเยอะ หลังจากเลือกได้แล้วว่า จะเดินทางไปโดยรถไฟ ก็เข้า website http://www.connexmelbourne.com.au/ เพื่อดูตารางรถไฟว่า จะไปรถไฟสายอะไร ขึ้น Platform ไหน (9 and 1/2 หรือเปล่า) แล้วก็มีรถตอนกี่โมง เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาไปยืนรอรถไฟนาน คิดไปคิดมา ยอมตื่นเช้าหน่อยดีกว่า เลือกรถไฟรอบ 8 โมง 41 นาที จะได้ไปถึงสถานีรถไฟ Lilydale ตอน 9 โมงกว่า จากสถานีรถไฟ Lilydale ไป Tulip festival ก็สิบโมงกว่า พอดี โอ๊ะ โอ!!! ในเว็บเค้าบอกไว้ว่า รถไฟที่จะไป Lilydale ต้องลงรถไฟที่ Ringwood แล้วก็ต่อรถบัสซึ่งเค้าจัดเตรียมไว้ให้ไป Lilydaleแทน เนื่องจาก Ringwood ไป Lilydale เค้ามีซ่อมทาง เอาวะ ก็ยังดีที่เค้ามีแผนการรองรับไม่ให้ผู้โดยสารเดือดร้อน หลังจากวางแผนการเดินทางเสร็จแล้ว ก็รีบเข้านอนเนื่องจากวันรุ่งขึ้นต้องตื่นแต่เช้าตรู่ ยิ่งกว่าไปทำงาน

---> เช้าวันอาทิตย์ <---

ตื่นมาตอนเจ็ดโมงครึ่ง ล้างหน้า ล้างตา อาบน้ำ เพื่อเตรียมตัวไปสถานีรถไฟ melbourne central ให้ทัน 8โมง 41 นาที จริงๆแล้วเดินจากบ้านไปสถานีรถไฟนั้น ใช้เวลาแค่ ห้านาทีเท่านั้น ไปถึงสถานีรถไฟก็ติดต่อ เคาเตอร์ "sunday saver, please" จ่ายตังค์ไป 2.50 ก็ได้มาหนึ่งใบ จากนั้นก็ไปยืนรอที่ Platform เบอร์ 4 พอ 8โมง 41 นาที รถไฟก็มาพอดี ตรงเวลามากๆ เข้าไปก็เลือกที่นั่ง แล้วก็หยิบเครื่องมือ electronic คู่ใจ เพื่อนเที่ยวเวลาไปไหนมาไหนคนเดียว นั่นก็คือ ipod นั่นเอง เอามาเสียบหูฟังเพลง นั่งไปประมาณ 45 นาทีก็ถึง Ringwood เค้าก็มีประกาศให้ลงไปต่อรถ พอลงจากชานชาลา เค้าก็ประกาศชัดเจนว่า จะไป Lilydale ให้เดินเลี้ยวขวาแล้วจะเจอรถจอดอยู่ บีก็เดินต่อไปขึ้นรถ นั่งจาก Ringwood ไปประมาณ 20 นาทีก็ถึง สถานีรถไฟ Lilydale พอลงจากรถ มองไปทางขวามือก็จะเจอรถบัสเขียนว่า Tulip Festival ชัดเจน ก็กระโดดขึ้นไป แล้วก็นั่งรถต่ออีกประมาณ 20 นาที ก็ถึง Tulip festival ที่ เมือง Silvan งานTulip Festival นี้ เค้าไม่ได้จัดให้เข้าชมฟรีๆ เค้าขายตั๋วคนละ 15AUD พอเดินเข้าไปก็เจอ ทิวลิป ทิวลิป ทิวลิป เต็มไปหมด (ก็แน่ละสิ ไป Tulip festival จะให้เจออะไร ถ้าไม่เจอทิวลิป) กิจกรรมก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากถ่ายรูป ถ่ายรูป ถ่ายรูป จะว่าไป ทุ่งเค้าก็ไม่ได้ใหญ่อะไรมากมาย และก็อาจจะเป็นอาทิตย์ก่อนจะสุดท้ายแล้วด้วยมั๊ง ดอกทิวลิป เลยดูโทรมๆ อ่อนละโหยโรยแรง เค้าก็จะมีปลูกต้นทิวลิปหลายๆสี สีชมพู สีเหลือง สีแดง แล้วก็จะมีปักชื่อพันธุ์เอาไว้ด้วย มีอยู่พันธุ์นึงที่จำได้ไม่ยาก ดอกสีแดงคล้ำออกดำ ชื่อพันธุ์มันก็คือ "Queen of the Night" เก๋ไม่หยอก จากนั้น สีเหลืองก็จะมีชือ Strong Yellow (คนคิดคงขี้เกียจสร้างสรรค์ชื่อให้มันยาก เลยเอามันโต้งๆเลย) ใช้เวลาเดินไม่นาน ถ่ายรูปเดินเล่น ประมาณ 45 นาทีก็หมดทุ่ง หมดทุ่งจริงๆนะ แบบว่า เดินจากบนลงล่าง ซ้ายไปขวา ไปครบทุกแปลงแล้ว ใช้เวลา 45 นาทีเท่านั้นเอง ในงานเค้าก็จะมีอาหารเล็กๆน้อยๆขาย แล้วก็มีคนมาเล่นดนตรี โอ้ ลืมบอกไปว่า อาทิตย์นี้ ชื่อ theme ของเค้าจะเป็น Irish week ก็ไม่เคยไปไอร์แลนด์อ่ะนะ เลยไม่รู้ว่า บรรยากาศมันใช่ Irishหรือเปล่า

หลังจากเดินจนไม่มีไรจะเดินแล้ว บีเก๊าะเดินทางกลับ นั่งรถ ต่อ รถ ต่อ รถไฟ กลับมาถึงบ้านก็เพิ่งจะบ่ายโมงกว่าๆเท่านั้นเอง ... อ่ะ ... โม้มามากแล้วดูรูปกันบ้างดีกว่า

นี่ไง Queen of the Night รูปล่างอ่ะ

Monday, October 1, 2007

เป็นหวัด

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันพฤหัส ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จนถึงวันนี้ บีก็มีอาการเป็นหวัด โดยเริ่มจาก ตัวร้อน เป็นไข้ เจ็บคอ ปวดหัว จนมาถึงวันนี้เริ่มมีน้ำมูก แต่ยังไม่ยืดเหมือนน้องธีร์ อาการเจ็บคอก็ยังมีอยู่ (-"-) ยาก็กินบ้าง ลืมบ้าง ตามประสา ว่าจะมีคนเตือนหรือเปล่า ก็เลยทำให้ไม่หายสักที ยังคงทรงๆอยู่ ยังไม่ทรุด

ตอนแรกแอบตั้งอยู่ในใจไว้ว่า อาทิตย์ที่ผ่านมาจะไปเที่ยว Tulip Festival (http://www.tulipfestival.com.au/) เสียหน่อย แต่เพราะว่าไม่สบายและทัศนวิสัยที่เมลเบิร์นช่วงวันหยุดที่ผ่านมาไม่อำนวย ฝนเล่นตกทั้งวัน ทั้งวันเสาร์ และ อาทิตย์ ทำให้ ต้องนั่งๆ นอนๆอยู่บ้าน เอาใหม่ ตั้งใจใหม่ ถ้าอาทิตย์ที่จะถึงนี้พยากรณ์อากาศว่าฝนไม่ตก และหายดีแล้ว และ (อีกหนึ่งและ) ไม่ขี้เกียจ จะลองไปดู ... หุ หุ หุ ...

Monday, September 24, 2007

ไม่คุ้น

ไม่คุ้น ไม่คุ้น ไม่คุ้น ...

ก็บ้านใหม่นี้อ่ะนะ ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ ก็ยังไม่เคยอยู่คนเดียวเลย มีปุ๊มาอยู่ด้วยเกือบเดือน ปลูกฝังความสบายให้กะบี ไหนจะอาหารเช้า อาหารกลางวัน และอาหารเย็น

คราวนี้พอกลับมาอยู่คนเดียว เมื่อเช้าเลยอดได้สารอาหารไปเลี้ยงสมองตอนเช้าเลย เนื่องจากตื่นสายมั่กๆ ตื่นมาก็เกือบ 8:30am เลยต้องรีบลนลานไปให้ทันทำงาน เก้าโมงเช้า กลับบ้านตอนเย็นก็ไม่มีไรกินเลยต้องไปฝากท้องเอาไว้ที่ร้านอาหารจีนแถวบ้าน ไหนๆก็ไปแถวไชน่าทาวน์แล้ว ก็เลยแวะซื้อโจ๊กมาเป็นอาหารเช้า เผื่อพรุ่งนี้จะตื่นไม่สาย แล้วก็เลยช็อป น้ำเต้าหู้ มาเป็นอาหารเย็นวันพรุ่งนี้เสียเลย จะได้ไม่ต้องฝ่าลมหนาวยามเย็นออกไปหาอาหารมาบำรุงพุง

ไม่คุ้น ไม่คุ้น ไม่คุ้นเลยจริงๆ ...

Friday, September 21, 2007

อัพเดทบล็อก

ช่วงนี้ขี้เกียจอัพ ไปอ่าน blog นี้ละกัน เนื่องจากไปเที่ยวที่เดียวกัน เนื้อหาน่าจะเหมือนกันเด๊ะ เด๊ะ ... อิ อิ อิ ... http://www.thestoriesofpu.blogspot.com/

Saturday, August 11, 2007

New Quay, Dockland

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากเลิกงานกินข้าวเสร็จ ก็เกิดความรู้สึกอึดอัด รู้สึกเหมือนจะอ้วนขึ้น คิดไว้ว่า ปล่อยไว้คงไม่ดีแน่ ต้องไปออกกำลังกายสักหน่อย ก็เลยเปลี่ยนกางเกงวอร์ม เสื้อยืด พร้อมเสื้อหนาว เตรียมออกไปวิ่ง ตอนแรกก็นึกว่า จะไปวิ่งที่สวนแถวบ้าน แต่พอเดินออกไปแล้ว ไม่เห็นมีใครเค้าวิ่งกันเลยแหะตอนนั้น แล้วก็เริ่มมืดแล้ว วิ่งในสวนคงไม่ดีแน่ วิ่งที่ถนนใหญ่ละกัน รถรายังขวักไขว่ น่าจะดีกว่า ก็เลยตัดสินใจ เดิน + วิ่งจากบ้าน วิ่งตามเส้น La Trobe ไปเริ่อย ตึ๊ด..ตึ๊ด..ตึ๊ด... ตัดผ่าน Williams, Kings, Spencers ข้ามสะพาน ผ่าน Telstra Dome วิ่งไปเรื่อยก็ จนสุดที่ Dockland ใช้เวลาวิ่งทั้งหมด เกือบ 20 นาที พอไปถึง Dockland แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า มาอยู่ตั้งนาน ยังไม่เคยไปเดิน ทางฝั่ง new quay เลย ฝั่ง new quay ดูเหมือนจะเจริญและมีร้านอาหารมากมายหลายร้าน ตั้งอยู่ ก็เลยไปเดินเล่น แต่ด้วยความที่มันเป็นวันจันทร์ คนเลยไม่เยอะมาก ค่อนข้างจะบางตาด้วยซ้ำ ตอนนั้นทั้งเนื้อทั้งตัวมีแค่มือถืออยู่เครื่องเดียวและกุญแจบ้าน ไม่ได้ติดอะไรมาเลย ... ก็เลยได้ของฝากจาก New Quay เป็นรูปที่ถ่ายจากมือถือ ... อย่างที่เห็น เช่นนี้แล ... อิ อิ อิ




ปล. ขากลับระหว่างที่วิ่งผ่านสวน Flagstaff เจอสัตว์ประหลาดอยู่มากมาย มันอาจจะเป็นกระรอก หรือมันอาจจะเป็นจิงโจ้ หรือ มันอาจจะไม่ใช่ทั้งสองอย่าง ตัวมันสีน้ำตาล หน้าตาเหมือนกระต่าย แต่หูยาว หางยาว เดินสองขาก็ได้ สี่ขาก็ได้ ... ไม่รู้มันคือตัวอะไร รู้แต่ว่า พอหยุดดูมัน มันก็หยุดดูเราด้วย พอมันดูเราสักพัก มันก็ทำเป็นเดินจากไป พอมันเดินไปได้สี่ห้าก้าว มันก็หันมามองเราอีกรอบตั้งแต่หัวจดเท้า ... สัตว์อารายเนี่ย กวนบาทาพิลึก ... ไว้คราวหน้าจะยิงแฟลชเข้าตามัน คราวนี้ไม่รูป เนื่องจากมันมืด ถ่ายไม่ได้อ่ะ

Saturday, August 4, 2007

Federation Square

ห่างหายไปเสียนานหลังจากที่ update blog ไปคราวที่แล้ว ก็เนื่องจากช่วงหลังๆนี้เก็บเนื้อเก็บตัว และก็เก็บเงิน ไม่ค่อยได้ออกไปไหน พร้อมกะเดินทางกลับบ้านด้วย ก็เลยไม่ได้ update
เมื่อเย็นวันศุกร์ ตอนแรกนัดกันไว้ว่าเราจะไปลองอาหาร italian ที่เจ้าของหน้าตาเป็นคนอิตาลีจริงๆ อยู่ที่ถ. bourke ระหว่างเดินทางไปร้านอาหารอิตาเลียนที่ค่อนข้างจะไกลนั้น ก็เดินผ่านร้าน ราเมงญี่ปุ่น ดูจากภายนอกแล้วหน้าตาดี ดูจากรายการอาหารที่ติดไว้หน้าร้านก็หน้าตาดี เหมือนโดยรวมแล้วหน้าตาดี italian job ของเราก็เลยไปไม่ถึงฝั่งฝัน กลับกลายมาเป็น ราเมงญี่ปุ่นแทน มื้อนั้นเราก็ซัด มิโซะชาชูราเมงไปหนึ่งชาม บวกกะ ทาโกะยากิที่สั่งมาแชร์ ตอนแรก สั่งทาโกะยากิมาแชร์หนึ่งจาก พอซัดกันจนเหลือหนึ่งลูกสุดท้าย ก็หันมามองหน้ากัน เสร็จแล้วก็ตกลงพร้อมใจกันด้วยสายตา หันไปสั่งเพิ่มอีกจานด้วยความอยาก พอหลังจากซัดราเมงและทาโกะยากิด้วยความหิวโหยแล้วนั้น ก็รู้สึกอึดอัดมาก เนื่องจากตอนกินไม่คิด กินเสร็จก็เลยทรมาน อิ่มโคด อิ่มเกิน ตอนกินเสร็จเวลาเพิ่งจะผ่านไปแค่ทุ่มกว่าๆ บางคนก็คิดจะไปช็อปปิ้งต่อ ส่วนเราไม่รู้จะไปช็อปปิ้งอะไร อยู่ในช่วงเก็บเนื้อ เก็บตัว และเก็บเงิน ก็เลย ไปเดินเล่นย่อยอาหารดีกว่า ก็เลยมุ่งหน้าไป federal square

Federal square นี้อยู่ตรงข้ามกะสถานีรถไฟ Flinder ที่หน้าตาคล้ายๆหัวลำโพงบ้านเราที่เคยขึ้นรูปให้ดูมาก่อนหน้านี้แล้ว Federal square มีอะไร ปกติ Federal Square เป็นที่ที่มักจะมีการจัดนิทรรศการ หรือ งานออกร้าน Federal Square นี้จะอยู่ริมแม่น้ำ Yarra ถ้าเดินเลาะไปตามริมแม่น้ำ ก็จะเห็นว่ามีร้านอาหารและ pub หลายร้านเหมือนกัน เดินผ่านจะได้ยินเพลงดัง อึกทึก ครึกโครม นึกต่อไปได้ว่า ถ้าเด็กชายธีร์ ขาแดนซ์มาเดินผ่าน คงจะได้มีโอกาสหยุดแดนซ์ หลายช่วงตึกเลยทีเดียว ไม่ยอมเดินต่อ

ตอนแรกที่ตั้งใจจะเดินไปนั้น เพราะได้ยินว่า มีนิทรรศการภาพถ่าย เปิดให้ดูฟรี แต่เดินไปเดินมา เดินแล้ว เดินอีก ก็ไม่เห็นวี่แวว ว่าจะมีนิทรรศการที่ว่า ไม่แน่ใจว่า นิทรรศการจบแล้วหรือว่า บีเดินไปดูผิดที่ แต่ก็เอาเถอะ ถือซะว่าเป็นการเดินย่อย ย่อย ย่อย ... เดินเล่นสักพัก ก็ ตัดสินใจเดินกลับบ้าน เนื่องจากอากาศเริ่มหนาวเย็นมากขึ้นเรื่อยๆ

ขากลับ อิ อิ อิ แวะ ซุปเปอร์มาเก็ตซื้อ กล้วย กลับบ้าน ฮ่า ฮ่า ฮ่า ... อาทิตย์นี้เราจะทำกล้วยเชื่อมกิน ... แต่กล้วยที่นี่มีแต่กล้วยหอม ไม่รู้ทำเสร็จแล้วจะกินได้อ๊ะเปล่า แต่ก็ลองดู ... ไว้ทำเสร็จแล้ว กินแล้ว จะมาบอกนะว่าเป็นไง ... ตอนนี้ ไปนอนนิ่งๆ ต่อก่อนดีกว่า