Tuesday, March 17, 2009

how to live happily every after?

No answer at the moment ... Still finding a practical solution ...

Sunday, March 15, 2009

a moment in march

ยังเดินทางทุกวัน ที่ที่เราพบกันเมื่อก่อน
ยังจำซ้ำๆได้ทุกตอน ราวกับมีใครมาหมุนย้อนเวลา
แต่กับคน ย้อนได้แค่หนึ่งความคิด
ในชีวิตจริงคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว
ยืนอยู่ตรงที่เดิม แต่ไม่มีวี่แวว
เธอจากไปแล้ว และคงไม่ย้อนคืนมาหา
ได้แต่ฝากความคิดของฉันเอาไว้ เผื่อวันไหนเธอผ่านมา
เห็นที่เดียวกันนี้
เธอจะนึกขึ้นได้ว่า เคยมีคนนึงยืนข้างเธอ
อยู่ตรงนี้เสมอ ตลอดมา
ให้เธอสัมผัสความคิดที่ฉันทิ้งไว้ อาจไม่เห็นได้ด้วยตา
ฉันจะฝากเอาไว้อยู่ในพื้นดินและท้องฟ้า
มันเป็นความคิดที่กระซิบว่าฉันยังรักเธอ
อยากเจอเธอเหลือเกิน ตั้งแต่ก่อนที่เราต้องเดิน แยกทาง
ฉันมีความคิดหลายๆอย่าง
หลายอย่างเหลือเกินที่ฉันไม่ได้พูดไป
แต่กลับมานึกขึ้นได้ในเวลานี้
ในเวลาที่เธอเดินจากฉันไปแสนไกล
ถ้าเธอนั้นยังอยู่จะกอดเธอให้ชื่นใจ
และค่อยพูดออกไปสิ่งที่อยู่ในใจฉัน
เธอสัมผัสความคิดที่ฉันทิ้งไว้ อาจไม่เห็นได้ด้วยตา
ฉันจะฝากเอาไว้อยู่ในพื้นดินและท้องฟ้า
มันเป็นความคิดที่กระซิบว่า
ฉันไม่เคยลืม

Thursday, March 12, 2009

เลข 3

ไม่น่าเชื่อว่า จะไม่เข้ามาเขียนบล็อคเป็นเวลานานมาก ไม่รู้ว่าใช้เวลาในแต่ละวันทำอะไร วันๆนึงถึงได้หมดไปอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ด้วยว่า หมดไปอย่างมีคุณภาพหรือเปล่า

มาคราวนี้จั่วหัวว่า เลขสาม ... เพราะอะไร

เดือนนี้เป็นเดือนที่สามของปี น้องธีร์ อายุครบสามขวบ เป็นปีที่สาม ที่อากงไม่อยู่ อายุของบีก็ใกล้จะสามสิบสาม วันนี้ ได้ออกจากออฟฟิศ สามทุ่ม (อันหลังนี้ เกี่ยวป่ะ) สรุปว่า เดือนนี้ เป็นเดือนแห่งเลขสาม ถ้าถูกล๊อตเตอรี่สักสามสิบสามล้านจะงามมาก ... งั้นเดือนนี้ ซื้อหวยเลขท้ายสองตัว สาม สาม ดีกว่า ... เผือได้ สามสิบสามล้าน

หลังจากไม่ได้อัพบล็อคมานาน รู้สึกตัวอีกที ก็เข้าสู่หน้าร้อนมาก ถึง มากที่สุด เดินไปกินข้าว แทบจะละล๊าย ละลาย ไปกับแดด เคยได้ข่าวว่า ที่ออสเตรเลีย ปีนี้ อากาศร้อนมาก ทะลุเกือบ 45 ... พระเจ้า จอร์ช ... ร้อนโคด โชคดีที่หนีกลับมาก่อน ไม่มีโอกาสได้สัมผัสความร้อนแห้งๆที่โน่น หวังว่าที่กรุงเทพฯ เมษานี้จะไม่ทำยอดทะลุเป้า เกินหน้า เกินตา ออสเตรเลียไป

ว่าแล้ว ก็เริ่มร้อน หนีไปอาบน้ำก่อนดีก่า ... ไปละคับ ... หนี หนี ...

Friday, January 2, 2009

TOKYO TOWER Mom & Me, and sometimes Dad

เมื่อคืนก่อนนอน ได้อ่านหนังสือเล่มนึง ที่ตอนแรกคิดจะอ่านแบบชิลๆ แบบว่า เป็นต่อจบแล้วจะเข้านอน แต่ที่ไหนได้ หนังสือที่คิดว่าจะอ่านชิลๆ นั้น กลับทำให้เป็นอีกคืนที่นอนดึก วางไม่ลง และ เสียน้ำตากันเลยทีเดียว อ่านมาถึงตรงนี้ บางคนอาจจะคิดว่า เฮ้ย sensitive ไปเปล่า อะไรจะถึงกับเสียน้ำตา ... ก็ไม่รู้ว่า sensitive เกินไปหรือเปล่า รู้แต่ว่าต้องยอมรับว่าเสียน้ำตาจริงๆ ประมาณเดียวกับตอนดูหนังเรื่อง The Letter เลย จากที่คิดว่าจะอ่านแป๊บเดียว กลับได้อ่านจนจบเรื่อง รวดเดียวภายในคืนเดียว ... หนังสือ เล่มทีพูดถึงนี้ คือ เล่มที่มีหน้าตาเหมือนข้างล่างนี้แหละ ชื่อ "โตเกียว ทาวเวอร์ แม่กับผม และพ่อในบางครั้ง"

ตอนที่ตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้มา เพราะคุ้นๆเหมือนเคยได้ยินชื่อหนังสือ หรือ หนัง ชื่อนี้มาก่อน เลยคิดว่า น่าสนใจเลยซื้อมาลองอ่านดู ตอนซื้อก็ไม่รู้หรอกว่า หนังสือเล่มนี้จะเกี่ยวกับอะไร

หนังสือเล่มนี้ เนื้อหาช่วงแรกๆ ก็ค่อนข้างจะเรื่อยเปื่อย บอกเล่า การดำเนินชีวิตของเด็กผู้ชายคนนึง ที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับแม่ แล้วก็เหมือนกันชื่อหนังสือเลย ได้อยู่กะพ่อบ้างในครั้ง เนื่อเรื่องเดินทางไปอย่างเรื่อยๆ จนถึงจุดที่มัน peak แล้วทำให้ต้องเสียน้ำตากัน ไม่อยากจะเล่าเนื้อหามาก ถ้ามีโอกาสก็อยากให้อ่านเอง เผื่อจะมีใครซาบซึ้งใจ และ อินกับเนื้อหาเหมือนบีบ้าง

และวันนี้ หลังจากที่ search พี่เกิ้ลก็ได้รู้ว่า หนังสือเรื่องนี้ ได้ทำเป็นหนังแล้ว ฉายที่ House RCA ไปเมื่อนานมาแล้ว คิดไว้ว่า ถ้ามีโอกาส จะไปหาโหลดมาดู อยากจะรู้ว่า ถ้าดูเป็นหนังแล้วจะสามารถเรียกน้ำตาได้เหมือนตอนอ่านหนังสือหรือเปล่า

ก่อนจบ บล็อค นี้ ... บีก็อยากจะบอก หม่าม๊ากะป๊า ว่า บีรักป๊ากับม๊าที่สุดเลย ... บีต้องบอกก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้บอกใช่มะ ... แต่ว่าบีก็ป๊อดเกินกว่าจะพูดออกไปตรงๆต่อหน้า ... บีก็บอกผ่านบล็อค มา ณ โอกาสนี้เลยดีกว่า ... LOVE YOU SO MUCH

Wednesday, December 31, 2008

(-/\-) สวัสดีปีฉลู

สวัสดีปีใหม่คับ พ่อแม่ พี่น้อง และ ผองเพื่อน

ก็ไม่มีอะไรมาก อยากจะขออวยพรให้ผู้อ่านทุกท่านมีความสุข สมหวัง สุขภาพร่างกาย สมบูรณ์แข็งแรง อยู่สู้มรสุมและสิ่งต่างๆในโลกนี้ เป็นเพื่อนกันอีกปีนึงนะค๊าบ - Luv You All :-)

H a P p Y N e w y E a R - 2 0 0 9

Thursday, December 25, 2008

merry christmas

ห่างหายไปจากบล็อคของตัวเองเป็นเวลานานมาก ไม่น่าเชื่อว่า จะผ่านไปแล้วสามเดือน จากการอัพเดทครั้งสุดท้าย ... ผ่านไปสามเดือนอย่างรวดเร็ว ชีวิตที่ผ่านมาสามเดือน เวลาส่วนใหญ่ หมดไปกับการทำงาน จนมีความรู้สึกว่า แบตเตอรี่ก้อนล่าสุด ที่ชาร์จไว้ครั้งสุดท้าย ก่อนเริ่มทำงาน กำลังจะหมดไป ไฟเหลือน้อยลงทุกที ทุกที

ปีนี้ บีมีความรู้สึกว่า คริสต์มาสมาเร็วมาก พอๆกับ ปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง นึกย้อนไปว่า ปีที่ผ่านมาทำอะไรไปบ้าง เกิดอะไรขึ้นบ้างกับชีวิต ช่วงต้นเดือนธันวาเมื่อปีที่แล้ว จำได้ว่า มีความรู้สึกคิดถึงบ้านอย่างรุนแรง ตอนใกล้ คริสต์มาสเมื่อปีที่แล้ว happy มากกับการที่จะได้กลับบ้าน ใช้ชีวิตในช่วงปีใหม่ที่เมืองไทย เสาร์ อาทิตย์ก่อน คริสต์มาส หมดไปกับการช็อปปิ้ง ซื้อของกลับบ้าน กลับมาถึงบ้าน กิน นอน เล่น จนกระทั่ง ปีใหม่ผ่านไป พร้อมกับบางสิ่งบางอย่างที่หายไปในวันปีใหม่ สองอาทิตย์ที่ได้อยู่บ้าน ผ่านไปอย่างรวดเร็ว และแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องกลับไปทำงานต่อที่เมลเบิร์น เป็นเวลาสองเดือน สองเดือนผ่านไปอย่างเชื่องช้า และแล้วในที่สุด ชีวิตหนึ่งปีที่เมลเบิร์นก็จบ พร้อมกับทางที่เลือกเอง ตอนนั้นเลือกที่กลับมาตกงาน นอนเล่นอยู่บ้าน ชิลอยู่นานร่วมสี่เดือน ช่วงที่ตกงาน ก็ได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตในญี่ปุ่น กะหน่ำกินและเดินเป็นเวลาเกือบสองอาทิตย์ ก่อน ชีวิตการทำงานอย่างบ้าคลั่งจะเริ่มขึ้นอีกครั้งในเดือนเจ็ด หลังจากนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตก็ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย และน่าเบื่อ ... ชีวิตวันๆ มีแต่งาน งาน งาน จนมาถึงวันนี้ ทำงานมาแล้วห้าเดือน แบตเตอรี่ที่ชาร์จมานานร่วมสี่เดือน กำลังจะหมดไป ... การทำงานในแต่ละวัน มันใช้พลังมากขนาดนี้เลยเหรอ ... พระเจ้า จอร์ช ...

ปีหนูกำลังจะผ่านไป เหลือเวลาเพียงไม่กี่อาทิตย์ ปีวัวกำลังจะเข้ามา ... รู้สึกตื่นเต้นกันบ้างมั้ย กับปีหน้าที่กำลังจะมาถึง ชีวิตจะผกผันเปลี่ยนไปจากเดิม มากน้อย แค่ไหน ปีหน้าเราจะเจออะไร เจอใคร ... ชีวิตจะอยู่ดีมีสุข หรือ จะสุข ปนเศร้า เคล้าน้ำตา ... เนื่องจากอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน แล้วบีก็ไม่สามารถคาดเดาได้ ก็ได้แต่หวังและอวยพรให้กับตัวเองว่า ปีหน้านี้ขอให้เป็นปีดีๆ มีสิ่งดีๆ เจอคนดีๆ มีความสุขมากกว่าความทุกข์ละกัน ... wish for the BEST!!!
- Merry Christmas and a Happy New Year -

Friday, September 19, 2008

วัน วัน หนึ่ง

วัน หนึ่ง วัน คนอื่นๆทำอะไรกันบ้างหนอ?

สำหรับ บี แล้ว วันๆนึง ตอนช่วงที่มีการมีงานทำแบบชาวบ้านเค้า บีมีความรู้สึกว่าแต่ละวันช่างผ่านไปอย่างไร้สาระและคุณค่า ก็ดูเอาเถอะ เช้าตื่นขึ้นมาก็ต้องรีบอาบน้ำ แต่งตัว กินข้าว และ ขับรถ ฝ่าการจราจรและผู้คนจำนวนมาก ที่พร้อมใจกันไปแออัดบนท้องถนนเพื่อไปทำงาน ขับรถก็ต้องขับไปทางเดิม จนสามารถเดาได้ว่า ช่วงไหนรถจะติดแบบสามารถเอานิยายมานั่งอ่านฆ่าเวลาได้ บางทีถึงกับอ่านไปได้สาม สี่ตอน กว่ารถจะขยับ เคยคิดจะเปลี่ยนเส้นทางการเดินรถ เพื่อเปลี่ยนรสชาติของชีวิต แต่พอเปลี่ยนไปแล้ว กลับเจอรถติดหนักกว่าเดิม ไปทำงานสายกว่าเดิม เลยต้องยอมเป็นคนซ้ำซาก ไปทางเดิมๆทุกวัน พอไปถึงที่ทำงาน ก็เดินไปเปิดคอมฯทิ้งไว้ เดินไปหยิบแก้วกาแฟ ชงกาแฟ เสร็จแล้ว ก็เอากาแฟ มาวางทิ้งไว้จนโต๊ะทำงานจนกาแฟเย็น (ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า ชงกาแฟร้อนทำไม) เสร็จแล้วก็เริ่มทำงานโน้น งานนี้ งานนั้น นั่งทำงานเผลอแป๊บๆ ก็เที่ยงละ ต้องไปกินข้าวเที่ยง กินเสร็จกลับมา นั่งทำโน่นทำนี่ ทำนั่น เผลออีกแป๊บ สองทุ่มกว่า (โอ้ว!!! ม่ายเจรง ... ควรจะเผ่นจากที่ทำงานได้ละ)เสร็จแล้ว ก็ออกจากที่ทำงาน ขับรถกลับบ้าน ระหว่างที่ขับรถกลับบ้าน ก็นั่งคิดว่า วันนี้ ตรูทำไรไปบ้างฟระ ทำไมถึงรู้สึกว่า ทำงานตลอดเวลา แต่งานที่เสร็จเป็นรูปเป็นร่างไม่มีเลยสักชิ้นเดียว เซ็งเป็ด ... แล้วก็เลิกคิด เปลี่ยนใจไปเปิด ipod ฟังชิลๆ ขับรถกลับบ้านแบบพุ่งทะยานด้วยความเร็วแสง ถึงบ้านสามทุ่ม นั่งหายใจเฉยๆเลยสักพัก ก็ต้องไปอาบน้ำ อาบเสร็จ กลับมา ก็ต้องนอนอีกละ ได้เวลานอน เพราะถ้านอนดึก วันรุ่งขึ้นตื่นมา ก็จะเหนื่อยกว่าเดิม นี่ก็หมดไปหนึ่งวัน กิจวัตรประจำวัน ทำซ้ำๆเช่นนี้ไปห้าวัน (--") ชีวิตช่างน่าเบื่อเหลือใจ

เปรียบเทียบกะตอนไม่มีงานทำ ที่ใครบางคนอาจจะบอกว่าเป็นช่วงเวลาไร้สาระของบี แต่บีคิดว่าไม่ใช่ ช่วงที่บีไม่มีงานทำ บียังรู้ว่า วันๆนึง บีทำอะไรบ้างที่เป็นชิ้นเป็นอัน มีผลลัพธ์ชัดเจน วันนี้อ่านหนังสือจบไปกี่เรื่อง ดูหนังจบไปกี่แผ่น หรือ มีเวลาพารถไปอาบน้ำเข้าสปาฟรีที่พารากอน รถสะอาดใสปิ๊ง อยากนอนก็ได้นอน
เฮ้อ!!! วันวานยังหวานอยู่เจรงๆ คับ พี่น้องคับ